เปิดประวัติน้องหมาไซบีเรียนฮักกี้

เปิดประวัติน้องหมาไซบีเรียนฮักกี้

เปิดประวัติน้องหมาไซบีเรียนฮักกี้ ทุกคนคงจะพอได้ยินกันอยู่เเล้วว่าน้องหมาไซบีเรียนนั้นเป็นพันธุ์ที่ดื้อสุดๆ เเต่ในความดื้อนั้น ก็ยังคงมีความน่ารักเเฝงอยู่ เนื่องจากเป็นน้องหมาที่ชอบความเย็นมากๆ สิ่งที่สำคัญในการจะเลี้ยงหมาพันธุ์นี้ จะต้องมีสถานที่หรือเเอร์เย็นๆ ให้น้องอยู่ หรือให้น้องได้วิ่งเล่นบ้าง

วันนี้เราจะมากล่าวถึงประวัติ หรือเเหล่งกำเนิดของน้องหมาไซบีเรียนฮักกี้ กันว่ามีที่ไปที่มาเเละมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในเรื่องใดบ้าง เราไปดูกันได้เลย

เปิดประวัติน้องหมาไซบีเรียนฮักกี้

ไซบีเรียนฮัสกี

เป็นสุนัขขนาดกลาง ขนฟูแน่น จัดอยู่ในกลุ่มสุนัขใช้งาน มีต้นกำเนิดทางตะวันออกของไซบีเรีย เพาะพันธุ์มาจากสุนัขในวงศ์สปิตซ์ มีลักษณะขน 2 ชั้นฟูแน่น, หางรูปเคียว, หูเป็นรูปสามเหลี่ยมตั้งชัน และลายที่เป็นลักษณะเฉพาะ

ไซบีเรียนฮัสกีเป็นสุนัขที่แข็งแรง คล่องแคล่ว เต็มไปด้วยพลัง และยืดหยุ่น เป็นคุณสมบัติที่สืบทอดจากบรรพบุรุษที่มาจากสิ่งแวดล้อมที่หนาวเย็นอย่างรุนแรงของไซบีเรีย และจากการเพาะพันธุ์ของชาวชุกชี ที่อาศัยอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเอเชีย สุนัขถูกนำเข้ามาในอะแลสกา ระหว่างช่วงตื่นทองที่เมืองโนม เเละแพร่เข้าสู่สหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดาในฐานะสุนัขลากเลื่อน ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นสุนัขเลี้ยงตามบ้านในภายหลังอย่างรวดเร็ว

ประวัติของน้องหมา

สุนัขทุกสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนาพันธุ์ขึ้นมีบรรพบุรุษเดียวกันนั่นคือสุนัขป่าโบราณ(วงศ์ Canidae) ไซบีเรียนฮัสกี, ซามอย, และอะแลสกันแมละมิวต์นั้นสืบสายพันธุ์โดยตรงจากสุนัขลากเลื่อน จากการวิเคราะห์ดีเอ็นเอที่ผ่านมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ช่วยยืนยันว่ามันเป็นหนึ่งในสุนัขที่มีการเพาะเลี้ยงมาแต่โบราณ คำว่า “ฮัสกี ” ได้มาจากชื่อที่ใช้เรียกชาวอินนูอิต ว่า “ฮัสกีส์ ” โดยคณะสำรวจคนขาว คณะแรก ๆ ที่มาถึงแผ่นดินของพวกเขา

ส่วนคำว่า “ไซบีเรียน ” ได้มาจากไซบีเรียนั่นเองเนื่องจากความคิดที่ว่าสุนัขลากเลื่อนนี้ถูกใช้ในการข้ามสะพานแผ่นดินของช่องแคบเบริงที่เป็นทางเข้าสู่หรือออกจากรัฐอะแลสกา ซึ่งทฤษฎีนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในหมู่ผู้ที่ทำการศึกษาค้นคว้า สุนัขที่สืบเชื้อสายมาจากสุนัขเอซคิโมสามารถพบได้ตลอดซีกโลกด้านเหนือจากไซบีเรียถึงประเทศแคนาดา, รัฐอะแลสกา, กรีนแลนด์, แลบราดอร์ และเกาะแบฟฟิน

ด้วยความช่วยเหลือของไซบีเรียนฮัสกี ประชาชนของชนเผ่าต่าง ๆ ไม่เพียงแค่รอดตายเท่านั้นในการออกสำรวจดินแดนที่ไม่มีรู้จัก พลเรือเองรอเบิร์ต เพียรี (Robert Peary) แห่งกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาก็ได้รับความช่วยเหลือจากสุนัขสายพันธุ์นี้ระหว่างคณะสำรวจของเขาออกสำรวจขั้วโลกเหนือ บทบาทของไซบีเรียนฮัสกีในกระทำหน้าที่นี้ไม่สามารถเป็นที่หยั่งรู้ได้

สุนัขจากแม่น้ำอะนาดืยร์ และพื้นที่รอบ ๆ ถูกนำเข้ามาในรัฐอะแลสกาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1908 (และเป็นเวลา 2 ทศวรรษ)ในช่วงตื่นทองเพื่อใช้เป็นสุนัขลากเลื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน All-Alaska Sweepstakes หรือการแข่งสุนัขลากเลื่อนทางไกลซึ่งเป็นระยะทาง 408 ไมล์ (657 กม.) จากเมืองโนม ถึงเมืองแคนเดิล (Candle) ไปและกลับ “เล็กกว่า เร็วกว่า และอดทนมากกว่า ในการบรรทุกน้ำหนักราว 100 – 120 ปอนด์ (45 – 54 กิโลกรัม)” มันเป็นส่วนสำคัญใกล้ชิดของผู้เข้าแข่งขันยาวโนมที่มีชื่อเสียง ลีออนฮาร์ด เซปพารา (Leonhard Seppala) ที่เคยเป็นผู้เพาะเลี้ยงไซบีเรียนฮัสกีมาก่อนที่จะเข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่ปี ค.ศ. 1909 ถึงช่วง ค.ศ. 1920

เปิดประวัติน้องหมาไซบีเรียนฮักกี้

ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1925 กันเนอร์ คาเซ็น (Gunnar Kaasen) เป็นผู้นำเซรุ่มไปถึงเมืองโนมเป็นคนแรกในปี ค.ศ. 1925 เพื่อรักษาโรคคอตีบ กันเนอร์ได้ออกจากเมืองเนแนนา (Nenana) ไปสู่เมืองโนมเป็นระยะทางมากกว่า 600 ไมล์ ด้วยความพยายามของผู้เดินทางและความช่วยเหลือของสุนัขลากเลื่อน การแข่งขัน Iditarod Trail Sled Dog Race (การแข่งสุนัขลากเลื่อนสู่เมื่องอิดิตทารอต) ที่จัดขึ้นก็เพื่อเป็นอนุสรณ์ของการขนส่งเซรุ่มนี้เอง และเหตุการณ์นี้ได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันในปี ค.ศ. 1995 ที่ชื่อ “บอลโต” (Balto) ตามชื่อของสุนัขนำทีมของกันเนอร์ และเพื่อเป็นเกียรติแก่สุนัขนำทีมบอลโต มีการสร้างรูปหล่อเหมือนที่ทำจากทองแดง ตั้งอยู่ในเซ็นทรัลพาร์กในรัฐนิวยอร์ก มีคำจารึกดังนี้

อุทิศแก่จิตวิญญาณที่ทรหดของสุนัขลากเลื่อนที่นำเชื้อต้านพิษบนทางยากลำบากเต็มไปด้วยน้ำแข็ง 600 ไมล์, ข้ามลำน้ำที่แข็งตัว, ฝ่าพายุหิมะของขั้วโลกเหนือจากเมื่องนีนนานาสู่เมืองนอมน์ที่รอความช่วยเหลือให้พ้นจากโรคร้ายในฤดูหนาวปี ค.ศ. 1925 อดทน–ซื่อสัตย์–มีไหวพริบ

ในปี ค.ศ. 1930 ไซบีเรียนฮัสกีตัวสุดท้ายถูกนำออกจากรัฐบาลโซเวียตใกล้กับพรมแดนของไซบีเรียเพื่อการแลกเปลี่ยนกับภายนอก ปีเดียวกันมีการจดทะเบียนรับรองสายพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกีโดยสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขแห่งสหรัฐอเมริกาเป็น 9 ปีหลังจากสายพันธุ์นี้ถูกจดทะเบียนในประเทศแคนนาดา ณ วันนี้ไซบีเรียนฮัสกีที่จดทะเบียนในอเมริกาเหนือเป็นลูกหลานส่วนใหญ่ของไซบีเรียนฮัสกีที่ถูกนำเข้ามาในปี ค.ศ. 1930 และสุนัขของลีออนฮาร์ด เซปพารา เซปพาราเจ้าของคอกสุนัขในนีนนานาก่อนที่จะย้ายไปอยู่นิวอิงแลนด์ อาร์เทอร์ วอลเดน (Arthur Walden) เจ้าของคอกสุนัขชินุก (Chinook) แห่งวอนาแลนซิต (Wonalancet) รัฐนิวแฮมป์เชียร์ ผู้มีไซบีเรียนฮัสกีในคอกที่โดดเด่น สุนัขตั้งแต่เริ่มก่อตั้งคอกของเขามาจากอะแลสกาโดยตรงและมาจากคอกของเซพพารา

ก่อนที่จะมีชื่อเสียง ในปี ค.ศ. 1933 ว่าที่พลเรือเอกริชาร์ด อี. เบิร์ด (Richard E. Byrd) แห่งกองทัพเรือได้ซื้อสุนัขไซบีเรียนฮัสกีราว ๆ 50 ตัวด้วยตัวเขาเอง หลายตัวถูกรวบรวมและฝึกจากคอกชินุกในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ เพื่อใช้ในคณะสำรวจของเบอร์ดที่เขาหวังจะเดินทางราว 16,000 ไมล์ไปตามชายฝั่งของทวีปแอนตาร์กติกา ที่เรียกว่าปฏิบัติการกระโดดสูง (Operation Highjump) ประวัติการเดินทางนี้เองที่พิสูจน์ให้เห็นคุณค่าของไซบีเรียนฮัสกีเพราะขนาดที่พอเหมาะและความเร็วที่ดีเยี่ยม[2] กองทัพสหรัฐอเมริกาได้ใช้ไซบีเรียนฮัสกีในการค้นหาและช่วยเหลือในขั้วโลกเหนือของคำสั่งขนส่งทางอากาศระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง

เปิดประวัติน้องหมาไซบีเรียนฮักกี้

ลักษณะทั่วไป

ตา สีตาของไซบีเรียนฮัสกีที่เป็นที่ยอมรับมีสีฟ้าหรือน้ำตาลเข้ม, เขียว, น้ำตาลอ่อน, เหลือง/อำพัน, “แก้วตาหลายสี” หรือตาเฮเซล (Hazel) เป็นจุดบกพร่องร้ายแรงที่แสดงวงสีต่างกันในแก้วตา รวมถึงตาข้างนึงสีน้ำตาลอีกข้างสีฟ้า (complete heterochromia) หรือตาข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้างมีสี “แบ่งส่วน” น้ำตาลครึ่งฟ้าครึ่งนึง (partial heterochromia)

หูและหาง หูเป็นรูปสามเหลี่ยม มีขนสมบูรณ์ ขนาดกลาง และตั้งชัน ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ในการพัฒนาพันธุ์โดยสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข เช่นสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (สหรัฐอเมริกา) ที่มีรูปหูที่เรียกว่าหูผึ่ง (prick ears) หางเป็นพู่เหมือนหางหมาจิ้งจอกรูปเคียวโค้งเหนือหลังและลากหางไปด้านหลังเมื่อเคลื่อนไหว ไซบีเรียนฮัสกีส่วนมากมีสีขาวตรงปลายหาง หางต้องไม่โค้งจนแตะหลังเหมือนสปิตซ์ สีออกแกมขาว

ขน ขนของไซบีเรียนฮัสกีมี 2 ชั้น ขนชั้นในที่หนาแน่นและขนชั้นนอกที่ยาวกว่า ขนชั้นนอกยาวตรงและบางส่วนเหยียดเรียบไม่ชี้ชันตั้งตรงจากลำตัว ที่สามารถปกป้องมันจากความรุนแรงของฤดูหนาวขั้วโลกเหนือได้ (−50 °C to −60 °C) แต่ขนที่หนานั้นทำให้ระบายความร้อนได้ยากในฤดูร้อน ส่วนขนยาวแบบที่เรียกว่า “ฮัสกีขนแกะ” (wooly huskies) นั้นไม่เป็นที่ยอมรับ และไม่มีสิทธิ์ลงแข่งในสนามประกวด ดูสีขนเพิ่มเติม

จมูก จมูกของไซบีเรียนฮัสกีมีสีดำในสีเทาในสุนัขสีแทนและสีดำ สีเลือดหมูในสุนัขสีทองแดง และอาจจะมีสีเนื้อในสุนัขสีขาว ไซบีเรียนฮัสกีบางตัวมีจมูกที่เรียกว่า “จมูกหิมะ” เป็นสภาวะที่เรียกว่าผิวด่าง (hypopigmentation) ในสัตว์ และสุนัขที่มี “จมูกหิมะ”

ขนาด ในการเพาะพันธุ์ ไซบีเรียนฮัสกีมีมาตรฐานดังนี้ เพศผู้สูง 21 – 23.5 นิ้ว (53.5 – 60 ซ.ม.) หนัก 45 – 60 ปอนด์ (20.5 – 28 กิโลกรัม) เพศเมียมีขนาดเล็กกว่า สูง 20 – 22 นิ้ว (50.5 – 56 ซ.ม.) หนัก 35 – 50 ปอนด์ (15.5 – 23 กิโลกรัม)

อารมณ์ ไซบีเรียนฮัสกีก็เหมือนสุนัขใช้งานทั่ว ๆ ไปที่มีพลังงานสูงต้องการการออกกำลังมาก มันควรได้รับการปฏิบัติแบบเพื่อนเดินทางและสุนัขลากเลื่อนไม่ใช่สุนัขอารักขา การรวมกันของปัจจัยนี้ส่งผลให้ไซบีเรียนฮัสกีมีจิตประสาทที่สุภาพอ่อนโยนและซื่อสัตย์

ชาวอินูอิต (Inuit) พัฒนาสายพันธุ์นี้ขึ้นมาเพื่อใช้ลากเลื่อนหนักเป็นระยะทางไกล ๆ และสามารถเอาตัวรอดได้การภูมิประเทศที่หนาวเย็นแบบทุนดรา (tundra) และช่วยในการล่าสัตว์

ทิ้งท้าย

เเละนี้คือข้อมูลเเละเเหล่งกำเนิดของน้องหมาไซบีเรียนฮักกี้ ที่เราได้รวบไมาให้ผู้ที่หลงรักน้องหมาพันธุ์นี้ได้ทำการศึกษาหาข้อมุลกันก่อนที่จะเลี้ยง เพื่อเป็นการรองรับกับสถานการณ์ต่างๆที่จะต้องเจอกับน้องหมาไซีเรียนฮักกี้ เชื่อเถอะว่าบางครั้งน้องหมาอาจจะดูดื้อมึน ชอบกัด ชอบเเทะ ไปบ้างเเต่น้องหมาพันธ์ุนี้เป็นพันธ์ุที่ฝึกง่ายเเละพูดรู้เรื่องเเน่นอน รับรองถ้าคุณได้ลองสัมผัสหรือลองเลี้ยงดูคุณจะหลงรักเเน่นอน

รู้จักเหรียญดิจิตอลทัล ก่อนการลงทุนในยุคสมัยใหม่ “บิทคอยน์ อีเธอเรียม ริปเปิล” ชื่อเงินสกุลแปลกใหม่ถือกำเนิดขึ้นในโลก และกำลังเป็นที่จับตาของคนในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนว่า จะเข้ามามีบทบาทปฏิวัติการเงินการลงทุนทั่วโลกมากน้อยเพียงใด อีกด้านหนึ่ง

บทความเเนะนำ : ดูดวงเดือนกันยายน 2563